สุรินทร์ – วันนี้ (20 กรกฎาคม 2569) เวลา 09.00 น. นายวีระชัย ประเสริฐโส รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาแหล่งน้ำชุมชนขนาดเล็ก และการขับเคลื่อนแปลงต้นแบบ “1 ไร่ หายจน” ในพื้นที่ตำบลโชกเหนือ อำเภอลำดวน และตำบลทับทัน อำเภอสังขะ โดยมีนายอำเภอ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ผู้นำท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาพื้นที่เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม

การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการติดตามผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำชุมชนขนาดเล็ก ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ โดยมุ่งสร้างความมั่นคงด้านน้ำเพื่อการเกษตร ควบคู่กับการส่งเสริมแปลงต้นแบบ “1 ไร่ หายจน” ที่ตั้งเป้าหมายสร้างรายได้ให้เกษตรกรไม่น้อยกว่า 100,000 บาทต่อปี ผ่านการทำเกษตรผสมผสาน ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และสร้างรายได้ตลอดทั้งปีตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

ภายในกิจกรรม คณะได้ร่วมผลิตปุ๋ยอินทรีย์รวมกว่า 110 ตัน พร้อมมอบเมล็ดพันธุ์ผัก ปัจจัยการผลิต และสนับสนุนปัจจัยด้านปศุสัตว์และประมง ได้แก่ มอบวัว 1 ตัว ไก่ไข่ 5 ตัว ปล่อยพันธุ์ปลา 3,000 ตัว รวมถึงร่วมปลูกไม้ผลและปลูกหญ้าแฝกกว่า 6,000 ต้น เพื่ออนุรักษ์ดินและแหล่งน้ำ สร้างระบบนิเวศที่เหมาะสมต่อการทำเกษตรอย่างยั่งยืน และช่วยให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว

จากนั้นคณะได้เดินทางไปยังตำบลทับทัน อำเภอสังขะ เพื่อติดตามการใช้ประโยชน์จากระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) เยี่ยมชมแปลงผักสวนครัวและตลาดสีเขียวของชุมชน ซึ่งเป็นพื้นที่จำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน พร้อมร่วมกิจกรรมดำนาในแปลงต้นแบบ เพื่อเตรียมพัฒนาต่อยอดสู่การผลิตและแปรรูปเป็นข้าวระยะเม่า เพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร และสร้างรายได้ให้กับชุมชนมากยิ่งขึ้น

นายวีระชัย ประเสริฐโส รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า จังหวัดสุรินทร์ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำควบคู่กับการพัฒนาอาชีพของเกษตรกร เพราะน้ำถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านอาหารและรายได้ พร้อมย้ำว่าการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันปิดทองหลังพระฯ และประชาชน จะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันให้โครงการ “1 ไร่ หายจน” ประสบผลสำเร็จ และขยายผลสู่พื้นที่อื่นของจังหวัด เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง มีรายได้ที่มั่นคง และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน.

















