เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หมู่ 16 ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ว่า พบผู้พิการสิ้นเชิงอาศัยอยู่เพียงลำพังภายในบ้าน ในสภาพความเป็นอยู่ที่น่าเวทนา เมื่อได้ไปเยี่ยม จึงได้ช่วยกันทำความสะอาดบ้าน ช่วยกันอาบน้ำ ฟอกสบู่ เก็บขยะจึงลงพื้นที่ตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุพบ นายคนองศักดิ์ สายแก้ว อายุ 66 ปี ผู้พิการสิ้นเชิง อาศัยอยู่กระท่อมกลางหมู่บ้าน ซึ่งเป็นที่สาธารณะ อยู่ในพื้นที่บ้านใหม่ ต.ตระแสง อ.เมือง จ.สุรินทร์ นอนอยู่บนพื้นภายในบ้าน สภาพร่างกายผอมโซ อ่อนแรง ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ บริเวณที่นอนเต็มไปด้วยอุจจาระและปัสสาวะ ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง โดย อสม. ม.16 ตำบลสลักได ระบุว่า ผู้ป่วยอยู่ในสภาพเช่นนี้มานานกว่า 3 เดือน และไม่ได้อาบน้ำมาหลายวัน

ข้างตัวผู้ป่วยพบเพียงข้าวเหนียวแห้งวางไว้เป็นอาหาร ไม่มีผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้สภาพร่างกายทรุดโทรมอย่างหนัก สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก

ตรวจสอบแล้ว พบปัญหา เนื่องจากนางโตร๊ด ผู้ที่รับดูแลนายคนองศักดิ์ (ผู้พิการ) ได้รับเงินค่าจ้าง 4,000 บาท/เดือน ในช่วง 3 เดือนก่อนนางโตร๊ดประสบอุบัติเหตุ จนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เช่นกัน จึงได้วานให้เพื่อนบ้านมาช่วยดูแลให้ และยังพบว่านายคนองศักดิ์ เป็นคนต่างถิ่นนอกพื้นที่ตำบลตระแสง ตนจึงไม่ได้แจ้งผู้นำชุมชนในพื้นที่ให้ทราบและในวันนี้ ผู้นำชุมชน นายสนั่น บูรณะเจริญศิริ กำนันตำบลตระแสง

นายปกรณ์ เนตรอนุวัฒน์ นายก อบต.ตระแสง นายสมาน บุญสุข ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๓ ตำบลตระแสง อ.เมือง จังหวัดสุรินทร์ ได้ทราบเรื่อง จึงรุดลงพื้นที่ช่วยเหลือ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประเมินสภาพความเป็นอยู่ ประสานหน่วยงานด้านสาธารณสุข พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อหาแนวทางดูแลและช่วยเหลือในระยะยาว
ภาพข่าว // ทีมข่าวสุรินทร์นิวส์















